japan<10% trip2014.2015

posted on 04 Jan 2015 17:05 by playkub in outofstory
 
 
 
 
 
ฮัลโล่ว มาอัพบล๊อก กลัวฝุ่นจับนานเกินไป 555
เนื่องจากว่าปิดปีใหม่มาประมาณครึ่งเดือน ก็ได้ไปญี่ปุ่นด้วยแงะCry
ตอนแรกคือมันกระทันหันมาก อะไรๆก็มากระตังสามวันสุดท้ายก่อนเครื่องออก
เราก็เลย เอ้อ เที่ยวแค่ในหนังสือละกัน (ไปเที่ยวกับทัวร์ แต่ได้ไปเที่ยวเองวันนึง ไกด์ทิ้ง กระซิก)
 
รีวิวเล็กๆน้อยๆจากการได้ไปญี่ปุ่น
1. เช่า wifi
 
อันนี้สำคัญมากกกกกกกกกกกกก เพราะที่บอกไปนั้นคือมีวันนึงต้องไปเที่ยวเอง
แล้วตอนวันแรกๆอาจจะรู้สึกไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่ รอก่อนนะ
ถึงวันที่ต้องไปไหนเอง จะรู้สึกคุ้มยันวันแรกเลยค่ะ
 
เริ่มต้นด้วยการไปหารีวิวในพันติ้ปก่อน พี่ๆที่เคยเช่าก็มารีวิวกันให้พรึบ
แต่น่าเสียดายที่เวบส่วนมากจะให้จองก่อนไปอย่างน้อยสามวันแบบที่ไม่รวมวันหยุดเสาร์อาทิตย์
ซึ่งวันนั้นที่จะจองก็เล่นวันศุกร์แล้ว และจะไปวันอาทิตย์แล้วด้วย อะฮ่าาาา
เอาไงดีละ...
 
เลยลองหาไปเรื่อยๆ ไม่หยุดค่ะ ไม่ยอม ไปเที่ยวทั้งทีจะเสียเวลาหลงไม่ได้ให้แค่วันเดียว
สุดท้ายได้ที่นี่มา http://www.wifi-rental.jp/price/
ก็โทรไปเลย ถามราคาอะไรเสร็จ จัดการเรียบร้อย
ได้ไวไฟละ ง่ายจรุง
Foot in mouth
(แต่แอบแพงนะเจ้านี้ เอาสะดวกละกัน ถ้ามีเวลาเตรียมตัวคงหาเจ้าถูกกว่าได้)
(แต่ก็ใช้ดี อุปกรณ์สภาพสวย เนตแรง แบตอึด ปลื้มอยู่)
 
ส่วนการจ่ายเงินคือจ่ายผ่านตัดบัตร
อันนี้ก็มั่นใจระดับนึงเพราะบัตรก็ส่งข้อความมาคอนเฟิร์มว่าตัดเท่าไหร่ เค
สุดท้ายคือการรับ
เขาจะให้ระบุตอนก่อนจ่ายว่าจะรับที่ไหน ถ้าที่ไทยจะมีดอนเมืองกับสุวรรณภูมิ
แต่ที่ไทยมีแค่เครื่องแบบที่เล่นแค่ไลน์ เฟสได้ละมั้ง เลยไม่ละ จะเอากูเกิ้ลเอิร์ท Foot in mouth
ส่วนแบบที่เล่นอะไรก็ได้เปิดไปเถอะจะต้องรับที่สนามบินญี่ปุ่นจ่ะ รับเทอมินอลไหนก็ระบุไป
ส่วนเราก็เทอมินอล2 เช็คได้ในเวบเขาเลยว่าเครื่องบินเรานี่ลงเทอมินอลไหน
*แต่เอาจริงๆคือต้องวิ่งนะคะ วิ่งค่ะวิ่ง
เพราะตอนขาเข้าประเทศเขาเนี่ยะ เราเข้าชั้น1กัน แต่อิโพสออฟฟิศดันอยู่ชั้น3
โฮ่ย ! ไอเราก็วิ่งถามพนักงานใหญ่ ภาษาอังกฤษก็สื่อกันไม่ค่อยได้ ใช้ภาษามือกันก็งงๆ
สุดท้ายก็ได้มา ...
 
 
ปล. ภาพนี้ถ่ายตอนใช้ไปแล้ว3วันเลยสภาพมันๆหน่อยนะคะ แหะๆ
 
 
จบไวไฟแค่นี้ละกัน ต่อทริป
 
 
 
อะเริ่ม
 
ทริป 28 ธันวาคม 2557 - 1 มกราคม 2558
ปีใหม่พอดี Surprised
 
วันที่ 28 ธันวาคม 2557
 
วันนี้ไม่ค่อยมีอะไรมาก มารอขึ้นเครื่อง แล้วนอนรอวันที่ 29 ถึงนาริตะ
อะจบวันนี้
เอ้ะ Foot in mouth
 
วันที่ 29 ธันวาคม 2557
8:00น. ถึงสนามบินนาริตะละ ก็ให้เวลาหยิบกระเป๋า ผ่านด่าน วิ่งเอาไวไฟ 2 ชม.
ตอนเที่ยงก็ไปกินข้าว
ต่อกันที่บ่อน้ำพุร้อนโอวาคุดานิ ที่เขาบอกกันว่ากินไข่ต้มเปลือกดำจะอายุยืนอีก7ปี ต่อลูก
แต่ไอเราก็รู้สึกว่า คนต่อคิวยาว กินไข่ต้มบ้านเราละกัน
แชะภาพบ่อมาหน่อย เห็นควันเยอะแบบนี้ ไม่ร้อนเลยนะครัช
 
 
 
ไปต่อกันที่โกเทมบะ เอาท์เลท
(รูปเอามาจากอากู๋นะ เพราะถ่ายมาไม่ชัดสักรูป)
 
 
ที่นี่มีเซลล์ทุกญี่ห้อค่ะ ไม่แน่ใจว่าเพราะซีซั่นด้วยรึเปล่า แต่เซลล์แบบที่ว่า ขอเวลาอีกสิบชม.ได้ไหม
พี่ทัวร์ให้เวลาถึง 6 โมงเย็น แต่ที่ญี่ปุ่นเมืองหนาว 6โมงเย็นคือมืดมากๆ เหมือนสองทุ่มบ้านเราเลย
เลยทันบรรยากาศแบบเปิดไฟต้นคริสมาสต์กับสถาปัตย์สวยๆ โอ้ย พลื้มลื้มม
 
หลังจากนั้นก็ไปกินข้าวเย็นแล้วเช็คอินนอน จบวันนี้
 
วันที่ 30 ธันวาคม 2557
 
ตื่น 8 โมง วันนี้ฟ้าเป็นใจ อากาศหนาวแบบน่าเดิน
ยิ่งอยู่ยิ่งอยากอยู่ต่อ โอ้ย ขอจดทะเบียนสมรสมาอยู่ถาวรได้มั้ย (เอ้ะ)
 
เช้านี้กินข้าวที่โรงแรม เป็นแบบบุฟเฟ่ ตักกินเอาเอง อาหารถ้าไม่มังสวิรัติแบบเราคงอิ่มหนำสำราญแน่นอน
เสียใจหนึ่งวัน Tongue out
 
ไปต่อกันที่หมุ่บ้าน โอะชิโนะฮักไก หรือ หมุ่บ้านน้ำใสนั่นเอง
เห็นเขาบอกว่าเป็น fuji view point เลยนะแกร เหย ไม่ธรรมะดาชัวร์
 
ไปถึงก็หาเลยค่ะ ตานี่ไม่หลับ เช้าแค่ไหนก็ไม่หลับค่ะ สาดส่องหานายฟูจิซังตลอด
ตลอดทางเราจะได้เห็นเลยว่ามีนายฟูจิอยุ่ข้างกายตลอดค่ะ
ยิ่งพอขึ้นไปเรื่อยๆ ใกล้ถึงเท่าไหร่ก็ยิ่งใกล้กันเรื่อยๆ จนรู้สึกว่า ห่างกันสักพักดีกว่านาย อรั้ยยย
เปล่า เจอกันบ่อยไป 5555
 
 
ตอนเที่ยงพี่ไกด์พาไปปล่อยที่ศาลเจ้า อาซะกุสะ ที่มีโคมแดงยักษ์นั่นแหละค่ะ
แต่พอได้ไปจริงๆ ทำแค่ ล้างมือ กวักควัน แล้วก็เซียมซี 55555
การเซียมซีของบ้านเขาน่ารักมากเลยนะ ให้คว่ำเขย่าเอา เพราะใส่ไม้เขามีรูเล็กๆช่องเดียว
คือไม้อะไรหล่นมาก็เอาอันนั้นแหละ ง่ายดี
แล้วถ้าหยิบได้คำทำนายดีๆก็เก็บเอาไว้ แต่ถ้าไม่ดีเท่าไหร่เขาบอกให้ผูกเป็นโบว์ไว้ที่ราวที่เขามีไว้ให้
เอาเป็นว่า ดูเขาแล้วทำตามก็ได้ค่า
 
 
 
 
ช่วงต่อจากนี้คือฟรีไทม์สุดๆ
อาหารกลางวันหากินเอง แถวๆศาลเจ้าจะมีย่านขายของกระจุ้กกระจิ้ก รวมทั้งร้านอาหารเต็มไปหมด
พอบ่ายสองจิ้ดๆ พาขึ้นรถไปชินจูกุ เดินเองกินข้าวเย็นเอง
อะตัดจบ
 
(ตัดจบเร็วเพราะไม่มีอะไรเลย แค่เดินช้อปเอง)
(ชินจูกุนี่ ถ้าคนที่ไม่อยากช้อป เน้นเที่ยว แนะนำว่าอย่ามาเลย
ถ้าจะมาเที่ยว ก็เดินดูรอบๆรอบนึงก็ได้ แล้วเดี๋ยวพาไปดูศาลเจ้าลับๆที่นี่ในวันที่31)
 
รึว่ามันมีที่เที่ยวแฮะ ไม่แน่ใจ ...
 
 
กลับโรงแรม จบวัน30
 
 
31 ธันวาคม 2557
 
ฮูเล่! วันฟรีเดย์มาแล้วคร่าาาาาาาาาาาาา *กระโดดหมุนมือสิบรอบ*Surprised
 
 
คืนก่อนวันนี้นี่ได้นอนตีสามได้ เพราะนั่งลิสสิ่งที่จะไปทำ แบบนับเวลาเลยทีเดียว
ที่เราทำแบบนับเวลาได้เพราะใช้แอพ hyperdia * อันนี้ลืมแนะนำ แอพนี้จำเป็นมากกับการใช้ชีวิตในญี่ปุ่น
คือว่าเราๆต่างก็รู้ว่า ที่ญี่ปุ่นเนี่ยะ การเดินทางหลักๆของเขาใช้รถไฟกัน เพราะรถไฟบ้านเขาเนี่ยะ ไปได้ทุกที่
ไม่เชื่อลองหาดูในกูเกิ้ลดู รถไฟบนดิน ใต้ดิน รวมกันนี่ นับสายไม่ถูก ที่ไปเที่ยวมารอบนี้ก็เพิ่งใช้แค่สองสาย
โฮววว
วิธีใช้ก็ ตามไปที่นี่
http://pantip.com/topic/31221644
จบ
 
ง่ายนะ แอพนี้รับรองว่าตรงสุดๆ เวลารถไฟเขาเปรี้ยะๆๆๆมาก จะเลทก็นิดเดียว ไม่ต้องนอนรอแน่นอน
 
 
ให้ดูตารางก่อนละกัน
ตัดสินใจตอนตีสองว่าจะตื่น6โมงเช้า คิดว่าตื่นได้แน่ ตอนนั้นคือมั่นใจสุดๆ
หันไปบอกแม่เลยว่า พรุ่งนี้เดินเยอะ นอนเลยนะแม่
ฮั่นน่อวววว ทริปต้องสวยแน่นอน
 
ปรากฏตื่นมาแม่เรียกบอก7โมงแล้วจะไปรึยัง อ้ากกกกกกกกกกกก
แพลนเขยิบหมด หมดกันนนนน
 
สุดท้ายเลยได้ตารางแบบนี้
7 ตื่น
8 กินข้าวเช้า
8.30 ออก
9 ถึงสถานี hachioji + ซื้อตั๋ว + งง
9กว่าขึ้นรถไฟ
10กว่าถึงชินจูกุ + ซื้อตั๋ว takunai pass + ขึ้นรถไฟ
อีกสองนาทีถึงสถานีฮาราจุกุ ไปวัดเมอิจิ
ให้เวลาได้ถึง 11.30
วัดเมอิจิคือสวย คืออากาศดี คือดีงามมาก
แนะนำว่าให้ไปนะคะ เหมือนป่าย่อมๆในเมืองใหญ่เลย
ZVa5DS.JPG [3264x2448px] ฝากรูป
 
เจอกลุ่มพี่เสื้อแดงมาทำอะไรไม่รู้ตรงแยกสามเหลี่ยม
น่ารักมากเลยแชะมา 555
ZXNPPw.JPG [3264x2448px] ฝากรูป
 
11.31 ขึ้นสาย yamanote
11.44 ถึง osaki
11.52 ถึง shimbashi
12.00 ขึ้น yurikamare ไปลง odaiba-kaihinkoen
พอถึงปุ้บก็เดินเก็บวิวไปเรื่อยๆ เริ่มแรกก็จะไปที่ทะเลสาบที่มีสะพานสายรุ้ง
ที่นี่วิวดีมากๆ รับรองว่าอยากกลับไปอีกทีแน่นอน
(นี่เผื่อเวลให้3ชั่วโมงครึ่ง อยู่นี้ก็ชั่วโมงกว่าละ โอ่ย เวลาเดินเร็วไปมั้ยย)
เขาบอกว่าเป็นทะเลสาบที่ถมเพื่อกั้นข้าศึกช่วงสงคราม
แต่ขอบอกว่าร่องรอยอารยะสงครามคือมองไม่เห็นเลย มันงามมากกกก
ทรายขาว น้ำทะเลใสแจ๋ว มีนกอะไรที่มันชอบลอยอยู่บนน้ำอะ ลอยไปมา น่ารักกกก
แล้วคืออากาศที่นั่นหนาวอยู่แล้ว แล้วช่วงที่ไปคือแดดแรง
มันเลยมิกซ์กันลงตัวสุดๆ ตอนนั้นคือบอกแม่ว่า ขอนอนแปบนึงนะ (แปบนึงเป็นหนึ่งชั่วโมงFoot in mouth)
 
ขอแชะมาลงภาพนึง  รับรองว่ากลับไปแน่ๆ  ทริปนี้ปลื้มที่นี่สุดแล้วจริงๆ
 
เดินต่อๆไปที่ ห้าง diver city tokyo plaza
ที่นี่เรียกได้ว่าพลาดสุดๆในทริป
เพราะตั้งใจเที่ยวเต็มที่ แต่ดันมาเสียเวลาช้อป เสียดายมากจริงๆTongue out
อีกชั่วโมงกว่าๆที่ตั้งใจจะไปเทพีเสรีภาพ , ไปนั่งชิงช้าสวรรค์ คือเจ๊งหมดเลยยยยยย
สุดท้ายคือจบทริปที่นี่ ช้อปเสร็จ เวลาหมด กลับสถานี
(อ้อ ได้ถ่ายรูปกันดั้มยักษ์มา อลังการจริงจริ๊ง
 
 
ประมาณ 16.30 ขึ้นสถานี yamanote กลับไปชิบูย่า
เดินถ่ายรูปห้าแยกชิบูย่า กับน้องหมาผู้ซื่อสัตย์ฮาจิโกะ
 
แต่พอดีเวลาเหลือ เลยพาแม่ไปไหว้พระปิดทริปที่ชินจูกุ
ที่นี่คือลับมาก ลับเหลือเกิน ขนาดถามคนที่เดินใกล้ๆวัดในระยะ100เมตรว่าวัดอยู่ตรงไหนเขายังไม่รู้Tongue out
แต่คนญี่ปุ่นน่ารักมากนะ ทุกคนที่เข้าไปถามคือตั้งใจช่วยมากๆ
พูดอังกฤษไม่ได้ก็เปิดกูเกิ้ลเอิทให้ว่าไปทางนี้นะยูว
ไม่ก็ชี้ๆๆๆเอา เราก็โอวเคยูว อาริกาโต้วนะ
 
 
สรุปคือไปได้ ทันเวลา และแฮปปี้ด้วย
เป็นศาลเจ้าเล็กๆเงียบๆในเมืองใหญ่ รู้สึกว่าได้หย่อนใจมากๆตอนเข้าไป
 
ขอไหว้พระก่อนปีใหม่ละกัน ตอนไหว้ลมพัดมาแรงมาก หวังว่าท่านจะได้ยินหนูนะคะ
 
ที่เห็นเป็นอ่างหินนั่นไว้ให้โยนเหรียญก่อนจะไหว้นะ
คือสเตปการไหว้พระที่ญี่ปุ่นจะเป็นแบบนี้
1. เดินเข้าไปหยุด แล้วโยนเหรียญเข้าอ่าง
2. วางมือแนบลำตัวด้านหน้า โค้งสองครั้ง
3. ตบมือสองครั้ง
4. พนมมือขอพร ไหว้
เสร็จ
 
 
 
 
 
จบทริปจริงๆด้วยการขึ้นรถไฟกลับ hachioji
 
ถึงประมาณสองทุ่ม
เพราะพี่ไกด์บอกว่ารถไฟสายเรามันปิดสองทุ่ม
เสียใจอีกรอบตรงที่ว่า อิวันนี้มันปิดช้าค่าาาาาาา ปิดเที่ยงคืนโน่น
ไม่รู้ว่าเพราะปีใหม่รึเปล่า รู้แค่ว่า เสียใจค่าาาา
ถ้ารู้ก่อนคงได้ดูสะพานสายรุ้งแบบเปิดไฟ นั่งชิงช้าสวรรค์ตอนกลางคืน แล้วก็ได้ไปเสรีภาพ
ได้ไปเดินต่อสถานีอื่น ได้ไปแชะสถานีโตเกียวตอนเปิดไฟ
หรืออย่างมากที่สุดก็ได้ไปน้ำตกนิกโกะ ถ้าแพลนไว้ตั้งแต่คืนก่อน
โฮววววววววววววววว
 
อดหมดดดด พี่ไกด์หนูอดหมดเลยพี่ยยยยยยยยย
 
จบ
เจ็บปวดใจเหลือเกิน
 
เอาเป็นว่ารอบหน้าแก้ตัวแน่นอน ต้องไปแก้ตัวแน่นอน
จะเดินให้มันขาหลุด เตรียมเงินไปเที่ยว ไม่ช้อป ไม่หยุดแน่นอน
 
 
 
 
 
ญี่ปุ่นจ้ะ เจอกันตัว
 
 
 
เอ้ยยยยย
มีอีกกกก เป็นปาร์ตี้เล็กๆของน้าๆพี่ๆที่ไปทัวร์กลุ่มเดียวกัน
เพราะว่าที่ญี่ปุ่นคือวันปีใหม่จะไม่เหมือนไทยเรา ที่จะมีเคาท์ดาวกันทั่วบ้านทั่วเมือง
ที่ญี่ปุ่นเขาจะกลับบ้านอยู่กับครอบครัวกันซะหมด พอใกล้เที่ยงคืนก็จะพากันออกมาศาลเจ้าใกล้ๆไหว้พระ
แล้วก็กลับเข้าบ้าน...
เพราะฉะนั้น เราๆทั้งหลายจะไม่ได้เห็นการเคาท์ดาวรวมถึงพลุที่นั่นเลย
เราคนไทยกลุ่มเล็กๆจึงสร้างเคาท์ดาวเองแบบง่ายๆคือไปยืนรวมกันที่หน้าซุเปอมาเกต
แล้วให้พี่อีกกรุ้ปทัวร์เปิดเบียร์นับถอยหลังก่อน
เราก็เอ้า 5 4 3 2 1 สุขสันต์วันปีใหม่ค่า
 
Lx0Y15.JPG [1280x960px] ฝากรูป
 
อีกอย่างที่รู้สึกดีกับการมาทริปครั้งนี้ก็คือพี่ๆในกรุ้ปเนี่ยะแหละ
อัธยาศัยดีกันมากๆ น่ารักทุกคน
หวังว่าจะได้เจอกันในทริปหน้าอีกนะคะพี่ๆ
Cool
 
 
 
 
พรุ่งนี้เปิดเทอมแล้ว
ลาก่อนบล๊อกน้อยๆของฉัน
แล้วเจอกันเมื่อมีเวลา
ชุ้บ
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

อ่า ไว้ครั้งหน้าไปเที่ยวโอไดบะ นอกจากหุ่นยนต์กันดัม
หนูแนะนำให้เที่ยวต่อเป็นชิงช้าสวรรค์กับเทพีเสรีภาพเลยก็ได้นะคะ
หนูก็พลาดเหมือนกัน อดไปชิงช้าสวรรค์กับเทพีเลย เวลาหมดก่อน
แต่คิดว่ารอบหน้าต้องไปให้ได้ค่ะ
เป็นเมืองที่น่าหลงไหลมากๆ ไม่อยากกลับเลย

#2 By { hu'ivplay } on 2015-03-05 11:33

เที่ยวสนุกเลย
น้าเองยังนึกเสียดายไปเมือ พ.ย ไม่ได้ไป
หุ่นยนต์กัมดัม

#1 By ปิยะ99 on 2015-01-28 15:58